ใบรับรองนักเล่าเรื่องระดับโลก: ถอดรหัสโอกาสทองสำหรับคนไทย ห้ามพลาด!

webmaster

스토리텔러 자격증과 관련된 해외 사례 분석 - Here are three detailed image generation prompts in English, keeping all your guidelines in mind, pa...

ทุกคนเคยรู้สึกไหมคะว่าช่วงนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน “เรื่องเล่า” ก็มีพลังดึงดูดใจเราเหลือเกิน? ไม่ใช่แค่นิทาน แต่คือศิลปะการสื่อสารที่ทำให้แบรนด์ดังระดับโลกไปจนถึงผู้คนธรรมดาโดดเด่นขึ้นมาได้ในยุคดิจิทัลนี้ค่ะ เมย์บอกเลยว่าทักษะการเล่าเรื่องที่ดีเนี่ย มีค่ามากจริงๆ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่เปิดกว้างสำหรับนักเล่าเรื่องมืออาชีพที่ได้รับการรับรอง ถ้าเราอยากก้าวไปในระดับสากล สร้างรายได้ และมีส่วนร่วมกับการสร้าง Soft Power ให้ประเทศ การรู้เท่าทันเทรนด์และโอกาสเหล่านี้สำคัญสุดๆ เลยนะคะ มาค่ะ วันนี้เมย์จะพาไปดูกรณีศึกษาจากต่างประเทศกันว่าเขาพัฒนาและรับรองนักเล่าเรื่องกันยังไงบ้าง เพื่อเป็นแนวทางให้เราทุกคนค่ะ!

스토리텔러 자격증과 관련된 해외 사례 분석 관련 이미지 1

ตามมาดูรายละเอียดข้างล่างนี้กันเลยค่ะ!

ปลดล็อกพลังการเล่าเรื่อง: เส้นทางสู่การเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพระดับโลก

ทำไมเรื่องเล่าถึงสำคัญกับยุคนี้มากกว่าที่เคย

ทุกคนเคยรู้สึกไหมคะว่าช่วงนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน “เรื่องเล่า” ก็มีพลังดึงดูดใจเราเหลือเกิน? ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าจากหนังสือหรือภาพยนตร์ แต่หมายถึงการเล่าเรื่องในทุกรูปแบบ ทั้งในการนำเสนอสินค้า การสร้างแบรนด์ หรือแม้แต่การสื่อสารในชีวิตประจำวัน เมย์เองก็สัมผัสได้ถึงพลังนี้อย่างชัดเจนเลยค่ะ เพราะในโลกที่ข้อมูลท่วมท้นไปหมด การเล่าเรื่องที่ดีคือสิ่งที่จะทำให้เราโดดเด่นและแตกต่างออกไปได้จริงๆ ลองคิดดูสิคะ เวลาที่เราฟังเรื่องราวที่จับใจ เราจะจำได้นานกว่าแค่การอ่านข้อมูลดิบๆ เยอะเลยใช่ไหมคะ มันไม่ใช่แค่การสื่อสาร แต่มันคือศิลปะที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันด้วยอารมณ์และความรู้สึก เมย์เชื่อว่าใครก็ตามที่มีทักษะการเล่าเรื่องที่แข็งแกร่ง จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าจะในสายอาชีพไหนก็ตามค่ะ เหมือนที่หลายองค์กรใหญ่ๆ ระดับโลกอย่าง Apple หรือ Airbnb เองก็ใช้ Storytelling เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารในองค์กรและสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานนะคะ

พลังของ “Soft Power” กับบทบาทของนักเล่าเรื่อง

เรื่องราวมีพลังมากพอที่จะสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘Soft Power’ หรืออำนาจละมุนได้ด้วยนะคะ เมย์เห็นว่าในยุคนี้หลายประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการสร้าง Soft Power ผ่านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี เพื่อผลักดันแบรนด์ชาติและเศรษฐกิจของตัวเองให้เติบโตในระดับสากล สำหรับประเทศไทยเองก็มี ‘Soft Power’ ที่แข็งแกร่งไม่แพ้ชาติไหนเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย ภาพยนตร์ ศิลปะการป้องกันตัว หรือเทศกาลต่างๆ การที่เราสามารถเล่าเรื่องราวเหล่านี้ออกไปสู่สายตาชาวโลกได้อย่างน่าสนใจและสร้างสรรค์ ก็เหมือนเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับประเทศของเราไปในตัวเลยนะคะ การเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างรายได้ส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมภาพลักษณ์และวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอีกด้วย เมย์รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่เห็นคนไทยเล่าเรื่องราวดีๆ ของบ้านเราให้ต่างชาติฟังแล้วเขาชื่นชอบค่ะ

เจาะลึก: มาตรฐานและใบรับรองของนักเล่าเรื่องระดับสากล

องค์กรและหลักสูตรที่ช่วยยกระดับ

พอพูดถึงการก้าวไปสู่ระดับสากล หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเราจะพัฒนาตัวเองยังไงให้เป็นที่ยอมรับ? เมย์บอกเลยค่ะว่าไม่ใช่เรื่องยากเกินไปเลย เพราะตอนนี้มีหลากหลายองค์กรและสถาบันที่เปิดหลักสูตรและมีการรับรองสำหรับนักเล่าเรื่องมืออาชีพโดยเฉพาะ อย่างในประเทศไทยเองก็มีหน่วยงานอย่าง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ที่เปิดโอกาสให้เราได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพและหนังสือรับรองสมรรถนะ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการยืนยันความสามารถของเราในฐานะมืออาชีพได้เลยนะคะ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรจากสถาบันอื่นๆ ที่เน้นการพัฒนาทักษะการเล่าเรื่องให้เป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเพื่อการขาย การนำเสนอ หรือแม้แต่การสร้างแบรนด์ หลักสูตรเหล่านี้มักจะสอนตั้งแต่พื้นฐานการสร้างโครงเรื่อง การพัฒนาตัวละคร การใช้ภาษาและท่าทาง ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ Storytelling ในสถานการณ์จริง ซึ่งเมย์มองว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากค่ะ เพราะการมีใบรับรองหรือการผ่านหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับ มันช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเราได้เยอะเลย

คุณสมบัติที่นักเล่าเรื่องมืออาชีพต้องมี

จากประสบการณ์ที่เมย์ได้เห็นและเรียนรู้มา การเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีไม่ใช่แค่พูดเก่งนะคะ แต่มันต้องมาจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลายๆ ด้านเลยล่ะค่ะ อย่างแรกเลยคือต้อง “ชื่นชอบและเข้าใจความดราม่า” ไม่ใช่หมายถึงดราม่าแบบลบๆ นะคะ แต่คือการเข้าใจว่าความขัดแย้ง ความประหลาดใจ การเปลี่ยนแปลง คือหัวใจสำคัญที่ดึงดูดให้คนติดตามเรื่องราวของเรา ถัดมาคือ “เข้าใจความเป็นจริงของมนุษย์” เพราะแม้เรื่องเล่าจะเหนือจริงแค่ไหน แต่แก่นแท้ของอารมณ์ความรู้สึก เช่น ความรัก การต่อสู้ หรือความฝัน ก็ยังคงเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าหากันได้เสมอ สุดท้ายคือ “ไม่เล่าเรื่องเรียบง่ายเกินไป” คนเรามักชอบความลี้ลับ ความซับซ้อนที่ทำให้ต้องติดตามและคิดตาม มันคือการท้าทายความคิดและอารมณ์ของผู้ฟังให้จมดิ่งไปกับเรื่องราวของเราให้ได้นั่นเองค่ะ สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่เมย์เชื่อว่าทุกคนฝึกฝนและพัฒนาได้แน่นอนค่ะ

Advertisement

กรณีศึกษาจากต่างประเทศ: บทเรียนเพื่อการสร้างแบรนด์และรายได้

แบรนด์ระดับโลกที่ใช้ Storytelling มัดใจลูกค้า

เมย์อยากชวนทุกคนมาดูตัวอย่างจากแบรนด์ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ Storytelling กันค่ะ อย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ คือแบรนด์ดังหลายเจ้าไม่ได้แค่ขายสินค้า แต่เขาขาย “เรื่องราว” ยกตัวอย่างเช่น แคมเปญ ‘Thank you, Mom’ ของ P&G ที่เล่าเรื่องราวความทุ่มเทของคุณแม่ในการสนับสนุนนักกีฬาโอลิมปิก ทำให้ผู้ชมรู้สึกผูกพันและอินไปกับแบรนด์ หรืออย่างชาตรามือที่เข้าไปทำตลาดในเวียดนาม ก็เลือกเล่าเรื่องชาไทยแท้ๆ ที่ไม่ผสมสี ทำให้คนเวียดนามอินกับรสชาติที่ตรงใจ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการเล่าเรื่องที่ดีสามารถสร้างความรู้สึกร่วม ดึงดูดอารมณ์ และทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ในระยะยาวจริงๆ ค่ะ มันไม่ใช่แค่การบอกว่าสินค้าของเรา “ดีอย่างไร” แต่เป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ทำไมเขาถึงควรสนใจและต้องการ” สินค้าของเราต่างหาก

โมเดลการสร้างนักเล่าเรื่องมืออาชีพในระดับสากล

ในต่างประเทศมีโมเดลการพัฒนานักเล่าเรื่องที่น่าสนใจหลายแบบเลยค่ะ บางที่อาจจะเน้นไปที่การสร้าง Storyteller ในเชิงวัฒนธรรม เช่น นักเล่านิทานพื้นบ้าน หรือผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของชุมชน ในขณะที่บางสถาบันอาจจะมุ่งเน้นไปที่ Storytelling สำหรับธุรกิจ เช่น การตลาด การนำเสนอ หรือการสร้างแบรนด์ เมย์เห็นว่าหัวใจสำคัญคือการผสมผสานทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความเข้าใจทางธุรกิจ เพื่อให้นักเล่าเรื่องสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่น่าสนใจและมีมูลค่าในเชิงพาณิชย์ได้ อย่างมหาวิทยาลัยในต่างประเทศก็เริ่มเปิดหลักสูตรที่ปั้น ‘Showrunner’ หรือ ‘Creative Producer’ ที่เข้าใจทั้งเรื่องการพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์หรือซีรีส์ไปจนถึงการบริหารจัดการธุรกิจคอนเทนต์เลยค่ะ นี่แหละค่ะคือทิศทางของการเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพที่โลกต้องการ

พัฒนาทักษะการเล่าเรื่องสู่ความสำเร็จในตลาดโลก

เครื่องมือและเทคนิคที่ห้ามพลาด

การจะก้าวไปเป็นนักเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลกได้ เราต้องมีเครื่องมือและเทคนิคที่คมกริบค่ะ อย่างแรกเลยคือต้องเข้าใจ “โครงสร้างเรื่องเล่า” ซึ่งโดยทั่วไปจะประกอบด้วย 3 องค์หลัก: การเปิดตัว, ความขัดแย้ง/อุปสรรค, และบทสรุปที่คลี่คลาย การวางโครงเรื่องให้ดีจะช่วยให้ผู้ฟังติดตามและอินไปกับเราได้ตลอด ที่สำคัญคือการใช้ “พลังของคำพูด” ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา น้ำเสียง ท่าทาง สีหน้า แววตา ล้วนมีผลต่อการสร้างอารมณ์ร่วม เมย์เองก็ฝึกฝนเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดนะคะ เพราะบางทีแค่เปลี่ยนน้ำเสียงนิดเดียว ความหมายที่สื่อออกไปก็ต่างกันลิบลับเลย ที่ขาดไม่ได้คือ “การสร้างภาพในหัว” ให้ผู้ฟังจินตนาการตามได้ ซึ่งตรงนี้เราสามารถใช้สื่อต่างๆ เข้ามาช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพ วิดีโอ หรือแม้แต่เสียง เพื่อทำให้เรื่องราวมีมิติมากขึ้นและเข้าถึงใจคนได้ง่ายขึ้นค่ะ

ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อ E-E-A-T ที่แข็งแกร่ง

หัวใจสำคัญของการเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพที่แท้จริงคือการสร้าง E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) หรือประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจค่ะ การที่เราจะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ ก็ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่ง เมย์เชื่อว่าทุกเรื่องเล่าที่ออกมาจากประสบการณ์ตรงของเรา จะมีพลังและความจริงใจที่สามารถสัมผัสได้ ยิ่งเรามีประสบการณ์หลากหลาย ยิ่งทำให้เรื่องเล่าของเราลึกซึ้งและน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้นค่ะ นอกจากนี้ การหาความรู้เพิ่มเติม อัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ ในวงการ Storytelling รวมถึงการเข้าร่วมเวิร์คช็อปหรือหลักสูตรต่างๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เลยนะคะ เพราะโลกไม่เคยหยุดนิ่ง เราก็ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพื่อให้เรื่องเล่าของเรายังคงสดใหม่ มีคุณค่า และเป็นที่ต้องการของตลาดโลกเสมอค่ะ

Advertisement

สร้างรายได้จากทักษะการเล่าเรื่อง: โอกาสในตลาดต่างประเทศ

ช่องทางสร้างเงินของนักเล่าเรื่องยุคใหม่

ถ้าถามว่าการเล่าเรื่องจะสร้างรายได้ยังไงในตลาดต่างประเทศ เมย์บอกเลยว่ามีช่องทางเยอะแยะมากมายจนบางทีเรานึกไม่ถึงเลยล่ะค่ะ นอกจากจะเป็นนักเล่าเรื่องอิสระที่รับงานอีเวนต์ หรืองานบรรยายแล้ว เรายังสามารถสร้างรายได้จากการเป็น Content Creator ให้กับแบรนด์ต่างๆ ในต่างประเทศได้อีกด้วย ลองดูตัวอย่าง Influencer หรือ Blogger ต่างชาติที่เล่าเรื่องราวการท่องเที่ยว อาหาร หรือวัฒนธรรมของประเทศเขาในสไตล์ที่น่าสนใจ สิคะ พวกเขาสามารถสร้างฐานแฟนคลับทั่วโลกและมีรายได้จากการโฆษณา สปอนเซอร์ หรือการขายสินค้าได้มหาศาลเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการเขียนบทภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือแม้กระทั่งเกม ซึ่งตลาดเหล่านี้เป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงมากๆ ค่ะ เมย์เองก็พยายามใช้บล็อกของเมย์นี่แหละค่ะ เป็นแพลตฟอร์มในการฝึกฝนและแสดงทักษะการเล่าเรื่องเพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเองเหมือนกัน

วางแผนการเงินและภาษีสำหรับนักเล่าเรื่องสากล

พอเริ่มมีรายได้จากต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องของการวางแผนการเงินและภาษีค่ะ การเข้าใจระบบการเงินระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายภาษีของทั้งประเทศไทยและประเทศที่เรามีรายได้ด้วยเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เลยนะคะ เมย์แนะนำว่าควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือภาษีที่มีประสบการณ์ในการจัดการรายได้ระหว่างประเทศ เพื่อให้เราดำเนินการได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดปัญหาในภายหลัง เพราะแต่ละประเทศก็มีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป ยิ่งถ้าเราทำงานในรูปแบบฟรีแลนซ์หรือมีรายได้จากหลายแหล่ง การจัดการเรื่องเหล่านี้ยิ่งต้องรัดกุมเป็นพิเศษค่ะ นอกจากนี้ การตั้งราคาค่าจ้างหรือค่าบริการให้เหมาะสมกับตลาดต่างประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อย่าลืมศึกษาเรทราคาเฉลี่ยของงานประเภทที่เราทำในตลาดนั้นๆ เพื่อให้เราสามารถแข่งขันและสร้างรายได้ได้อย่างเต็มศักยภาพนะคะ

Soft Power ไทย: โอกาสของนักเล่าเรื่องชาวไทยสู่เวทีโลก

ใช้เรื่องเล่าขับเคลื่อนเอกลักษณ์ไทย

เมย์เชื่อมั่นอย่างยิ่งเลยค่ะว่าประเทศไทยของเรามีต้นทุน Soft Power ที่แข็งแกร่งและหลากหลายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่เป็นมิตร อาหารรสเลิศอย่างต้มยำกุ้งหรือข้าวเหนียวมะม่วง วัฒนธรรมประเพณีที่สวยงาม หรือศิลปะอย่างมวยไทย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องราวที่รอให้เรานำไปเล่าสู่สายตาชาวโลกให้ประทับใจ การเป็นนักเล่าเรื่องชาวไทยที่สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์เหล่านี้ได้อย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ ถือเป็นโอกาสทองที่เราจะช่วยผลักดัน Soft Power ของประเทศให้ไปไกลยิ่งขึ้นนะคะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเราสามารถเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของอาหารไทยแต่ละเมนู หรือที่มาของเทศกาลสงกรานต์ในแบบที่เข้าถึงใจคนทั่วโลกได้ มันจะ amazing ขนาดไหน เมย์เชื่อว่าทุกคนมีเรื่องราวดีๆ ของไทยในมุมของตัวเองที่สามารถแบ่งปันได้ แค่เรากล้าที่จะเล่าและหาช่องทางที่เหมาะสม

บทบาทของภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุน

การผลักดัน Soft Power ของไทยให้ไปถึงระดับโลกได้นั้น คงไม่ใช่แค่หน้าที่ของนักเล่าเรื่องอย่างเราๆ เท่านั้นนะคะ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนด้วยค่ะ เมย์เห็นว่าตอนนี้ภาครัฐก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ อย่าง CEA (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์) ก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการ Soft Power ให้เป็นรูปธรรม โดยการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศ ส่วนภาคเอกชนเองก็มีส่วนช่วยอย่างมากในการนำเสนอเรื่องราวของไทยผ่านสินค้าและบริการต่างๆ ในตลาดต่างประเทศ การที่ทุกภาคส่วนหันมาร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะทำให้เรามี Ecosystem ที่แข็งแกร่งในการสร้างและส่งต่อเรื่องราวดีๆ ของไทยออกไปสู่สายตาชาวโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนี่แหละค่ะคือโอกาสที่เราจะสามารถสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศได้ไปพร้อมๆ กัน

Advertisement

สร้างแบรนด์ส่วนตัวและชุมชนนักเล่าเรื่อง

สร้างตัวตนให้โดดเด่นในโลกดิจิทัล

스토리텔러 자격증과 관련된 해외 사례 분석 관련 이미지 2

ในยุคที่ใครๆ ก็เป็น Content Creator ได้ การสร้างแบรนด์ส่วนตัวหรือ Personal Branding จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักเล่าเรื่องยุคใหม่ค่ะ เมย์เองก็ให้ความสำคัญกับการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์มากๆ เพราะมันคือพื้นที่ที่เราจะแสดงความเป็นตัวเรา ความเชี่ยวชาญ และสไตล์การเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ การสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ สม่ำเสมอ และจริงใจ จะช่วยให้เราสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและเป็นที่จดจำได้ ลองคิดดูสิคะ ถ้าเรามีสไตล์การเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ผู้คนก็จะอยากเข้ามาอ่าน อยากติดตาม และอยากรู้เรื่องราวที่เรานำเสนอ นอกจากนี้ การสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตาม การตอบคอมเมนต์ หรือการสร้างกิจกรรมร่วมกัน ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยสร้างความผูกพันและทำให้แบรนด์ส่วนตัวของเราแข็งแกร่งขึ้นได้นะคะ มันคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบแค่การอ่าน แต่เป็นการสร้างชุมชนของผู้คนที่ชื่นชอบเรื่องเล่าของเราค่ะ

รวมพลังสร้างชุมชนนักเล่าเรื่องแห่งอนาคต

เมย์ฝันว่าอยากให้มีชุมชนนักเล่าเรื่องในประเทศไทยที่เข้มแข็งและมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างจริงจังจังเลยค่ะ เพราะการที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นๆ ได้รับฟีดแบ็ก และได้มีโอกาสร่วมงานกับนักเล่าเรื่องคนอื่นๆ จะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองไปได้เร็วขึ้นมากๆ ลองนึกภาพดูสิคะว่าถ้าเรามีกลุ่มคนที่รักการเล่าเรื่องเหมือนกัน มารวมตัวกัน แชร์ไอเดีย แลกเปลี่ยนเทคนิค หรือแม้กระทั่งช่วยกันพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ๆ มันคงจะสนุกและสร้างสรรค์สุดๆ ไปเลยใช่ไหมคะ การสร้างเครือข่ายนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนทักษะเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานและสร้างรายได้ด้วย เมย์เชื่อว่าพลังของชุมชนจะช่วยขับเคลื่อนให้นักเล่าเรื่องชาวไทยทุกคนก้าวไปสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เพราะเราไม่ได้เดินคนเดียว แต่เรามีเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะสนับสนุนกันเสมอค่ะ

ผลตอบแทนและคุณค่าของการเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพ

ไม่ใช่แค่เงิน แต่คือการสร้างสรรค์และคุณค่า

บางคนอาจจะมองว่าการเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพนั้น เน้นแค่เรื่องรายได้เป็นหลักใช่ไหมคะ แต่เมย์อยากบอกว่ามันมีคุณค่าที่มากกว่านั้นเยอะเลยค่ะ แน่นอนว่าเรื่องรายได้ก็สำคัญ เพราะมันทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ แต่สิ่งที่เมย์รู้สึกว่ามีค่ามากยิ่งกว่าคือการที่เราได้ใช้ทักษะของเราในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนแปลงความคิด หรือแม้กระทั่งทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น การได้เห็นผลตอบรับที่ดีจากผู้ฟัง ได้รู้ว่าเรื่องราวของเราไปสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับชีวิตใครบางคนได้ มันเป็นความรู้สึกที่เติมเต็มและมีความสุขมากๆ เลยนะคะ สำหรับเมย์แล้ว การเป็นนักเล่าเรื่องคือการได้ทำในสิ่งที่รัก ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมค่ะ

อนาคตของนักเล่าเรื่องในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท

หลายคนอาจจะกังวลว่าในอนาคตที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทักษะการเล่าเรื่องจะยังจำเป็นอยู่ไหม? เมย์มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยเสริมและทำให้งานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นต่างหากค่ะ AI อาจจะช่วยเราในการหาข้อมูล จัดเรียงโครงเรื่อง หรือแม้กระทั่งสร้างร่างแรกของเรื่องเล่าได้ แต่สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้เทียบเท่ามนุษย์คือ “อารมณ์ความรู้สึก” “ประสบการณ์ตรง” และ “ความจริงใจ” ที่มาจากใจจริงๆ เรื่องเล่าที่ดีที่สุดคือเรื่องที่ออกมาจากความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องใส่เข้าไปในงานของเรา เมย์เชื่อว่านักเล่าเรื่องที่มี E-E-A-T แข็งแกร่ง จะยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดเสมอ เพราะเรื่องราวที่มาจากใจ จะยังคงเข้าถึงใจคนได้เสมอ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหนก็ตามค่ะ เราแค่ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ให้มันมาแทนที่เรา

Advertisement

สรุปเส้นทางสู่การเป็นนักเล่าเรื่องสากล

ก้าวไปข้างหน้าด้วยแพชชั่นและกลยุทธ์

หลังจากที่ได้คุยกันมาถึงตรงนี้ เมย์หวังว่าทุกคนคงจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นนะคะว่าเส้นทางสู่การเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพระดับสากลนั้นเป็นไปได้จริงและมีโอกาสอีกมากมายรออยู่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “แพชชั่น” หรือความหลงใหลในการเล่าเรื่องราว เพราะมันคือพลังขับเคลื่อนที่จะทำให้เราไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าเจออุปสรรคอะไร เราก็พร้อมที่จะเรียนรู้และก้าวผ่านไปให้ได้ ควบคู่ไปกับ “กลยุทธ์” ที่ชาญฉลาด ทั้งการพัฒนาทักษะ การสร้าง E-E-A-T การเรียนรู้จากกรณีศึกษาต่างประเทศ และการเข้าใจถึงช่องทางในการสร้างรายได้ เมย์เชื่อว่าถ้าเรามีทั้งสองสิ่งนี้ เราก็จะสามารถสร้างสรรค์เรื่องราวที่มีพลัง เข้าถึงใจผู้คน และประสบความสำเร็จในตลาดโลกได้อย่างแน่นอนค่ะ

เปิดโอกาสให้ตัวเองเรียนรู้และเติบโต

สุดท้ายนี้ เมย์อยากจะฝากทุกคนไว้ว่าอย่าปิดกั้นโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตนะคะ โลกของการเล่าเรื่องนั้นกว้างใหญ่และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ การหาความรู้เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ การเข้าร่วมเวิร์คช็อป หรือแม้แต่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนนักเล่าเรื่องด้วยกัน จะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก อย่ากลัวที่จะเล่าเรื่องในสไตล์ของตัวเอง เพราะความเป็นเอกลักษณ์ของเรานี่แหละค่ะคือสิ่งที่จะทำให้เราแตกต่างและโดดเด่น เมย์เชื่อว่าทุกคนมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ในตัวเอง ขอแค่เรากล้าที่จะเล่ามันออกมาให้โลกได้รับรู้ แล้วคุณจะพบว่าพลังของการเล่าเรื่องนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่คุณคิดไว้เยอะเลยค่ะ!

มิติสำคัญ นักเล่าเรื่องมืออาชีพ นักเล่าเรื่องทั่วไป
จุดประสงค์ สร้างแรงบันดาลใจ, โน้มน้าว, สร้างแบรนด์, สร้างรายได้ แบ่งปันข้อมูล, ความบันเทิง
โครงสร้างเรื่องเล่า มีการวางแผน 3 องค์ประกอบ (เปิด-ขัดแย้ง-สรุป) ชัดเจน เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า
การใช้ภาษาและท่าทาง ประณีต, สร้างอารมณ์ร่วม, ใช้ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา เป็นกันเอง, อาจขาดเทคนิค
การเชื่อมโยงผู้ฟัง สร้างความรู้สึกร่วม, ดึงอารมณ์, สร้างภาพในหัว อาจจำกัดวงเฉพาะกลุ่มที่สนใจ
ผลลัพธ์ จดจำได้นาน, สร้างการเปลี่ยนแปลง, เพิ่มมูลค่า รับรู้ข้อมูลชั่วคราว
โอกาสทางอาชีพ หลากหลาย (Content Creator, นักเขียน, ที่ปรึกษา) จำกัด

글을마치며

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน หลังจากที่เราได้พูดคุยกันมาอย่างยาวนาน เมย์หวังว่าทุกคนคงจะได้รับแรงบันดาลใจและเห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของการเล่าเรื่องนะคะ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือทำอาชีพอะไร เมย์เชื่อว่าทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองที่พร้อมจะถ่ายทอดออกไปสู่โลกกว้าง การเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ แค่คุณมีความกล้าที่จะเริ่มต้น มีแพชชั่นที่จะเรียนรู้ และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง คุณก็จะสามารถปลดล็อกพลังแห่งการเล่าเรื่อง และสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้แน่นอนค่ะ

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. ไม่หยุดเรียนรู้และฝึกฝน: โลกของการเล่าเรื่องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเข้าร่วมเวิร์คช็อป อ่านหนังสือ หรือติดตามเทรนด์ใหม่ๆ จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะได้ต่อเนื่อง.
2. สร้างแบรนด์ส่วนตัว: กำหนดสไตล์การเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง เพื่อให้ผู้คนจดจำและสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว.
3. ใช้แพลตฟอร์มที่หลากหลาย: อย่าจำกัดตัวเองแค่ช่องทางเดียว ลองสำรวจแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือบล็อก เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น.
4. เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย: การรู้ว่าคุณกำลังเล่าเรื่องให้ใครฟัง จะช่วยให้คุณปรับเนื้อหาและวิธีการเล่าให้เข้าถึงใจผู้ฟังได้ดียิ่งขึ้น.
5. สร้างเครือข่ายนักเล่าเรื่อง: การเชื่อมต่อกับคนที่มีใจรักการเล่าเรื่องเหมือนกัน จะช่วยให้คุณได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รับคำแนะนำ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต.

중요 사항 정리

หัวใจสำคัญสู่การเป็นนักเล่าเรื่องระดับสากลอยู่ที่การพัฒนาคุณสมบัติแบบ E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) อย่างต่อเนื่องค่ะ ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ตรง ความเชี่ยวชาญในสิ่งที่เล่า การสร้างความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจจากผู้ฟัง การมีใบรับรองหรือผ่านหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับก็จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ นอกจากนี้ การนำ Soft Power ของไทยมาเล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์ ถือเป็นโอกาสทองที่เราจะสร้างชื่อเสียงและรายได้ในตลาดโลก ยิ่งเรากล้าที่จะสร้างแบรนด์ส่วนตัว และใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ แม้ AI จะเข้ามามีบทบาท แต่สิ่งที่เราต้องรักษาไว้คือ ‘ความเป็นมนุษย์’ ในเรื่องเล่าของเราเสมอ เพราะนั่นคือสิ่งที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้อย่างแท้จริงค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: ทำไมการเล่าเรื่องถึงสำคัญกับยุคดิจิทัลในปัจจุบันคะ แล้วมันต่างจากเมื่อก่อนยังไงบ้าง?

ตอบ: โอ้โห! เป็นคำถามที่เมย์ได้ยินบ่อยมากเลยค่ะทุกคน คืออย่างนี้นะคะ ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลมันถาโถมเข้ามาเยอะแยะไปหมด การเล่าเรื่องเนี่ยแหละค่ะ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราโดดเด่นออกมาได้ จากที่เมย์ลองสังเกตดูนะ ผู้คนสมัยนี้ไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูลดิบๆ หรือแค่สินค้าบริการ แต่เราต้องการ “ประสบการณ์” และ “เรื่องราว” ที่เราสามารถเชื่อมโยงกับมันได้ เหมือนเวลาเราเห็นโฆษณาที่เล่าเรื่องเบื้องหลังการทำงาน หรือเรื่องราวแรงบันดาลใจของเจ้าของแบรนด์ เราจะรู้สึกอินและผูกพันมากกว่าแค่เห็นสินค้าสวยๆ เฉยๆ จริงไหมคะ?
เมื่อก่อนอาจจะเน้นขายตรง บอกสรรพคุณ แต่เดี๋ยวนี้แบรนด์ต่างๆ รวมถึงคนทำคอนเทนต์อย่างเราต้องรู้จักเล่าเรื่องให้เข้าถึงอารมณ์ผู้คน สร้างความแตกต่าง และเพิ่มพลังในการสื่อสารค่ะ เพราะสมองคนเราถูกออกแบบมาให้จดจำเรื่องราวได้ดีกว่าตัวเลขหรือข้อเท็จจริงแห้งๆ เป็นไหนๆ เลยค่ะ เมย์ว่านี่แหละคือพลังวิเศษของการเล่าเรื่องในยุคนี้!

ถาม: ถ้าอยากเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพที่ได้รับการรับรองระดับสากล จะเริ่มต้นยังไงดีคะ แล้วมันมีประโยชน์กับอาชีพเรายังไงบ้าง?

ตอบ: เมย์เข้าใจเลยค่ะว่าหลายคนคงอยากก้าวไปอีกขั้น พอพูดถึงการรับรองระดับสากลเนี่ย มันฟังดูยิ่งใหญ่นะคะ! จากประสบการณ์ของเมย์และการที่ได้เห็นหลายๆ เคสมา (รวมถึงการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม) การเริ่มต้นที่ดีคือการพัฒนาทักษะการเล่าเรื่องของเราให้แข็งแกร่งก่อนค่ะ เราต้องเข้าใจองค์ประกอบของการเล่าเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร ปัญหา การแก้ปัญหา และที่สำคัญคืออารมณ์ที่ใส่ลงไปในเรื่องนั้นๆ ลองเริ่มจากการเล่าเรื่องราวส่วนตัว ประสบการณ์ที่น่าจดจำ หรือเรื่องราวความสำเร็จจากสินค้าหรือบริการที่เราเชื่อมั่นดูนะคะส่วนเรื่องการรับรองระดับสากลเนี่ย ถึงแม้จะยังไม่มีหน่วยงานกลางที่ออกใบรับรอง “นักเล่าเรื่องสากล” โดยตรงแบบเดียวกับบางอาชีพ แต่สิ่งที่เมย์เห็นว่าสำคัญไม่แพ้กันคือ การสร้างพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งและแสดงให้เห็นถึง “ประสบการณ์” และ “ความเชี่ยวชาญ” ของเราค่ะ อาจจะเป็นการเข้าร่วมเวิร์คช็อปหรือคอร์สที่สอนเทคนิคการเล่าเรื่องขั้นสูงจากผู้เชี่ยวชาญ (เช่น จากสถาบันที่เน้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือการตลาดดิจิทัล) หรือการสร้างผลงานที่หลากหลายและได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” และ “อำนาจ” ในสายอาชีพของเราได้จริงๆ ค่ะ การมีใบรับรองหรือการฝึกอบรมที่ได้รับการยอมรับ แม้จะเป็นในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น การตลาดดิจิทัล หรือการสร้างเนื้อหา ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้มากเลยนะคะ

ถาม: การเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพที่ได้รับการรับรอง สามารถสร้างรายได้หรือมีส่วนร่วมกับ Soft Power ของประเทศได้จริงไหมคะ แล้วมีโอกาสอะไรบ้าง?

ตอบ: เมย์ขอบอกเลยว่า “จริงมากๆ” ค่ะ! การเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับเนี่ย เปิดประตูสู่โอกาสในการสร้างรายได้ที่หลากหลายและน่าสนใจสุดๆ เลยค่ะ ลองนึกภาพดูนะคะ เราสามารถทำงานในฐานะ:1.
Content Creator / Storyteller ให้แบรนด์ต่างประเทศ: ถ้าเรามีทักษะการเล่าเรื่องที่เข้าใจวัฒนธรรมและภาษาของตลาดเป้าหมาย เราสามารถช่วยแบรนด์ต่างชาติสื่อสารเรื่องราวสินค้าและบริการของเขาให้โดนใจคนไทย หรือช่วยแบรนด์ไทยไปสู่ตลาดโลกได้เลยค่ะ ค่าตอบแทนก็จะสูงขึ้นตามระดับความเชี่ยวชาญและโปรเจกต์เลยนะ2.
ที่ปรึกษาด้าน Storytelling: แบรนด์หรือธุรกิจจำนวนมากต้องการคนที่มีความเข้าใจในการเล่าเรื่องเพื่อสร้างกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่ง เมย์เห็นบ่อยเลยที่เขาลงทุนกับผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มากๆ เพราะมันช่วยสร้างการจดจำและยอดขายได้จริง3.
สร้างช่องทางของตัวเองและหารายได้จากแพลตฟอร์ม: เช่น YouTube, TikTok หรือบล็อก/เว็บไซต์ของเราเอง โดยใช้การเล่าเรื่องที่น่าสนใจดึงดูดผู้ติดตามจำนวนมาก แล้วก็เปิดรับรายได้จาก AdSense, สปอนเซอร์, หรือการขายสินค้า/บริการของเราเองค่ะ ส่วนเรื่อง Soft Power ของประเทศเนี่ย เมย์ตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากๆ เลยค่ะ!
การเล่าเรื่องคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการขับเคลื่อน Soft Power เลยนะ ดูอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ศิลปินไทยอย่างลิซ่า หรือมิลลิ ที่ใช้เรื่องราว วัฒนธรรม และตัวตนของเขาไปสร้างกระแสในเวทีโลก จนคนต่างชาติสนใจวัฒนธรรมไทยมากขึ้น เห็นไหมคะว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของรัฐบาลเท่านั้น แต่เราทุกคนมีส่วนร่วมได้เมย์เชื่อว่านักเล่าเรื่องไทยที่มีความสามารถและได้รับการรับรองในระดับสากลจะสามารถ:
เผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก: ผ่านเรื่องเล่าที่เข้าถึงใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ศิลปะ ประเพณี หรือวิถีชีวิตแบบไทยๆ
สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ: เมื่อคนต่างชาติอินกับเรื่องราว เขาจะอยากมาเที่ยว อยากลองสินค้า อยากเรียนรู้วัฒนธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การท่องเที่ยว การส่งออก และการลงทุนโอกาสมีอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะทุกคน ถ้าเราพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองและกล้าที่จะเล่าเรื่องราวดีๆ ของเราและของประเทศให้โลกฟัง เมย์ว่ามันจะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าทั้งในแง่ของรายได้และคุณค่าทางจิตใจอย่างแน่นอนค่ะ

📚 อ้างอิง

Advertisement