ใบรับรองนักเล่าเรื่อง: เคล็ดลับไม่ลับ สร้างงาน สร้างรายได้แบบมืออาชีพ

webmaster

스토리텔러 자격증과 관련된 실무 사례 - Traditional Thai Storyteller**

"A Thai storyteller, fully clothed in traditional Thai attire, sitti...

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมและสอบเพื่อรับใบอนุญาตนักเล่านิทานมืออาชีพ (Storyteller) ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันสนใจมานาน เพราะเชื่อว่าการเล่านิทานเป็นทักษะสำคัญในการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ การอบรมครั้งนี้เปิดโลกทัศน์ของฉันอย่างมาก ได้เรียนรู้เทคนิคและเคล็ดลับมากมายที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการทำงานและชีวิตประจำวันฉันได้ลองใช้ทักษะที่ได้เรียนรู้มาในการเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง เด็กๆ สนุกสนานและตื่นเต้นกับเรื่องราวที่ฉันเล่ามาก มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและทำให้ฉันมั่นใจว่าการเป็นนักเล่านิทานสามารถสร้างความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้จริงๆ นอกจากนี้ ฉันยังได้นำทักษะการเล่านิทานไปใช้ในการนำเสนอผลงานในการประชุมของบริษัท ซึ่งช่วยให้การนำเสนอของฉันน่าสนใจและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้นปัจจุบัน แนวโน้มของอาชีพนักเล่านิทานกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่เราสามารถเข้าถึงเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย การเล่านิทานจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทานผ่านช่องทางออนไลน์ การจัดกิจกรรมเล่านิทาน หรือการนำทักษะการเล่านิทานไปใช้ในการสร้างสรรค์เนื้อหาต่างๆในอนาคต ฉันเชื่อว่าอาชีพนักเล่านิทานจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา การตลาด และการพัฒนาบุคลากร เพราะการเล่านิทานสามารถช่วยให้เราเรียนรู้ เข้าใจ และจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นและสร้างแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ ได้อีกด้วยมาเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้กันให้มากขึ้นเลยครับ!

เส้นทางสู่การเป็นนักเล่านิทานมืออาชีพ: ประสบการณ์จริงและสิ่งที่ได้เรียนรู้การอบรมและสอบเพื่อรับใบอนุญาตนักเล่านิทานมืออาชีพไม่ใช่แค่การเรียนรู้เทคนิคการเล่านิทานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เกี่ยวกับการสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์ และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น ผมได้เรียนรู้ว่าการเล่านิทานที่ดีไม่ใช่แค่การอ่านเรื่องราวให้ฟัง แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้ฟัง ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของนิทานจริงๆ

1. ความสำคัญของการเตรียมตัวก่อนเล่านิทาน

* การเลือกนิทานที่เหมาะสม: การเลือกนิทานที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจของผู้ฟังเป็นสิ่งสำคัญมาก นิทานควรมีเนื้อหาที่สร้างสรรค์ สนุกสนาน และสอดแทรกข้อคิดดีๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

스토리텔러 자격증과 관련된 실무 사례 - Traditional Thai Storyteller**

"A Thai storyteller, fully clothed in traditional Thai attire, sitti...
* การทำความเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง: ก่อนที่จะเล่านิทาน เราต้องทำความเข้าใจเนื้อหาของนิทานอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างถูกต้องและน่าสนใจ นอกจากนี้ การทำความเข้าใจตัวละครและสถานการณ์ต่างๆ ในนิทานจะช่วยให้เราสามารถเลียนแบบเสียงและท่าทางของตัวละครได้อย่างสมจริง
* การฝึกซ้อมการเล่า: การฝึกซ้อมการเล่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การเล่านิทานเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ เราควรฝึกซ้อมการออกเสียง การใช้เสียงสูงต่ำ การเว้นวรรคตอน และการใช้ท่าทางประกอบ เพื่อให้การเล่านิทานน่าสนใจและดึงดูดผู้ฟัง

2. เทคนิคการเล่านิทานให้สนุกและน่าติดตาม

* การใช้เสียงและท่าทาง: การใช้เสียงและท่าทางเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การเล่านิทานมีชีวิตชีวาและน่าติดตาม เราสามารถใช้เสียงสูงต่ำ เลียนแบบเสียงตัวละคร และใช้ท่าทางประกอบเพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของนิทานจริงๆ
* การสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง: การสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังเป็นวิธีที่ดีในการดึงดูดความสนใจและทำให้พวกเขามีส่วนร่วมกับการเล่านิทาน เราสามารถถามคำถาม ชวนผู้ฟังแสดงความคิดเห็น หรือให้ผู้ฟังช่วยเล่าเรื่องต่อ
* การใช้ props และอุปกรณ์ประกอบ: การใช้ props และอุปกรณ์ประกอบ เช่น หุ่นมือ หน้ากาก หรือของเล่นต่างๆ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสร้างความตื่นเต้นให้กับการเล่านิทาน

3. การประยุกต์ใช้ทักษะการเล่านิทานในชีวิตประจำวัน

* การสื่อสารกับเด็ก: ทักษะการเล่านิทานสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารกับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเล่านิทานให้เด็กฟังจะช่วยพัฒนาทักษะการฟัง การพูด และการอ่านของพวกเขา นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กอีกด้วย
* การนำเสนอผลงาน: ทักษะการเล่านิทานสามารถนำไปใช้ในการนำเสนอผลงานในการประชุมหรือสัมมนาได้ การนำเสนอผลงานในรูปแบบของเรื่องราวจะช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นและจดจำได้นานขึ้น
* การสร้างความสัมพันธ์: ทักษะการเล่านิทานสามารถนำไปใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นได้ การเล่านิทานให้เพื่อน ครอบครัว หรือคนรักฟังจะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

นักเล่านิทานยุคดิจิทัล: ช่องทางและโอกาสใหม่ๆ

Advertisement

ในยุคดิจิทัลที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย การเล่านิทานจึงไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องให้ฟังอีกต่อไป แต่เป็นการสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจและดึงดูดผู้คนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ

1. การเล่านิทานผ่านช่องทางออนไลน์

* YouTube: การสร้างช่อง YouTube เพื่อเล่านิทานเป็นวิธีที่ดีในการเข้าถึงผู้ชมจำนวนมาก เราสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาที่หลากหลาย เช่น การเล่านิทานแบบดั้งเดิม การเล่านิทานประกอบภาพ การเล่านิทานแบบ interactive หรือการสร้าง animation ประกอบนิทาน
* Podcast: การทำ Podcast เล่านิทานเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจ เพราะผู้ฟังสามารถฟังนิทานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นขณะเดินทาง ทำงาน หรือพักผ่อน เราสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาที่หลากหลาย เช่น การเล่านิทานแบบดั้งเดิม การเล่านิทานสยองขวัญ การเล่านิทานให้กำลังใจ หรือการเล่านิทานเพื่อการเรียนรู้
* Social Media: การใช้ Social Media เช่น Facebook, Instagram หรือ TikTok ในการเล่านิทานเป็นวิธีที่ดีในการเข้าถึงผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย เราสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาที่สั้น กระชับ และน่าสนใจ เช่น การเล่านิทานในรูปแบบของวิดีโอสั้น การทำ animation ประกอบนิทาน หรือการสร้าง challenge เล่านิทาน

2. การสร้างรายได้จากอาชีพนักเล่านิทาน

* การรับงานเล่านิทาน: เราสามารถรับงานเล่านิทานตามโรงเรียนอนุบาล ห้องสมุด ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่จัดงานต่างๆ การรับงานเล่านิทานเป็นวิธีที่ดีในการสร้างรายได้และสั่งสมประสบการณ์
* การขายคอร์สออนไลน์: เราสามารถสร้างคอร์สออนไลน์สอนการเล่านิทานและขายให้กับผู้ที่สนใจ การขายคอร์สออนไลน์เป็นวิธีที่ดีในการสร้างรายได้แบบ passive income
* การขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนิทาน: เราสามารถขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนิทาน เช่น หนังสือ หุ่นมือ หน้ากาก หรือของเล่นต่างๆ การขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนิทานเป็นวิธีที่ดีในการสร้างรายได้และโปรโมทผลงานของเรา

3. เคล็ดลับการสร้างความสำเร็จในอาชีพนักเล่านิทานยุคดิจิทัล

* สร้างสรรค์เนื้อหาที่แตกต่างและน่าสนใจ: การสร้างสรรค์เนื้อหาที่แตกต่างและน่าสนใจเป็นสิ่งสำคัญในการดึงดูดความสนใจของผู้คน เราควรพยายามคิดค้นรูปแบบการเล่านิทานใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร
* สร้าง branding ที่แข็งแกร่ง: การสร้าง branding ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ผู้คนจดจำเราได้ง่ายขึ้น เราควรสร้าง logo, slogan และ tone of voice ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา
* สร้าง network กับนักเล่านิทานคนอื่นๆ: การสร้าง network กับนักเล่านิทานคนอื่นๆ จะช่วยให้เราได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และได้รับโอกาสในการทำงาน

พัฒนาทักษะการเล่านิทาน: คอร์สเรียนและแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาทักษะการเล่านิทาน มีคอร์สเรียนและแหล่งข้อมูลมากมายที่สามารถช่วยให้คุณก้าวไปสู่การเป็นนักเล่านิทานมืออาชีพได้

1. คอร์สเรียนการเล่านิทาน

* คอร์สเรียนออนไลน์: มีคอร์สเรียนออนไลน์มากมายที่สอนการเล่านิทาน โดยคอร์สเรียนเหล่านี้มักจะครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง
* คอร์สเรียนแบบตัวต่อตัว: การเรียนแบบตัวต่อตัวกับนักเล่านิทานมืออาชีพเป็นวิธีที่ดีในการได้รับคำแนะนำและ feedback ที่เฉพาะเจาะจง
* Workshop: การเข้าร่วม workshop การเล่านิทานเป็นวิธีที่ดีในการเรียนรู้เทคนิคและฝึกฝนทักษะการเล่านิทานในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

2. แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการเล่านิทาน

* หนังสือ: มีหนังสือมากมายที่เกี่ยวกับเทคนิคการเล่านิทาน ตัวอย่างเช่น “The Storytelling Animal” ของ Jonathan Gottschall หรือ “Story Genius” ของ Lisa Cron
* เว็บไซต์: มีเว็บไซต์มากมายที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเล่านิทาน ตัวอย่างเช่น “The Moth” หรือ “TED”
* ชุมชนออนไลน์: การเข้าร่วมชุมชนออนไลน์ของนักเล่านิทานเป็นวิธีที่ดีในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และได้รับกำลังใจ

3. การฝึกฝนด้วยตัวเอง

Advertisement

스토리텔러 자격증과 관련된 실무 사례 - Modern Thai Children's Book Illustration**

"An illustration in the style of a modern Thai children'...
* การอ่านนิทาน: การอ่านนิทานเป็นวิธีที่ดีในการเรียนรู้รูปแบบการเล่านิทานและพัฒนาทักษะการอ่าน
* การเล่านิทานให้เพื่อนหรือครอบครัวฟัง: การเล่านิทานให้เพื่อนหรือครอบครัวฟังเป็นวิธีที่ดีในการฝึกฝนทักษะการเล่านิทานและรับ feedback
* การบันทึกเสียงตัวเอง: การบันทึกเสียงตัวเองขณะเล่านิทานเป็นวิธีที่ดีในการตรวจสอบและปรับปรุงทักษะการเล่านิทานของตัวเอง

ประโยชน์ของการเล่านิทาน: มากกว่าแค่ความสนุกสนาน

การเล่านิทานไม่ได้มีประโยชน์แค่ความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อพัฒนาการของเด็กและผู้ใหญ่

1. ประโยชน์ต่อเด็ก

* พัฒนาทักษะการฟัง: การฟังนิทานช่วยพัฒนาทักษะการฟังและการจับใจความของเด็ก
* พัฒนาทักษะการพูด: การเล่านิทานให้เด็กฟังช่วยกระตุ้นให้เด็กอยากพูดและแสดงความคิดเห็น
* พัฒนาทักษะการอ่าน: การฟังนิทานช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับภาษาและโครงสร้างของเรื่องราว ซึ่งจะช่วยให้เด็กเรียนรู้การอ่านได้ง่ายขึ้น
* เสริมสร้างจินตนาการ: การฟังนิทานช่วยกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก
* ปลูกฝังคุณธรรม: นิทานส่วนใหญ่มักสอดแทรกข้อคิดและคุณธรรมต่างๆ ซึ่งจะช่วยปลูกฝังคุณธรรมให้แก่เด็ก

2. ประโยชน์ต่อผู้ใหญ่

* ลดความเครียด: การฟังนิทานช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล
* พัฒนาทักษะการสื่อสาร: การเล่านิทานช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์
* เพิ่มความคิดสร้างสรรค์: การเล่านิทานช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา
* เสริมสร้างความเห็นอกเห็นใจ: การฟังนิทานช่วยให้เราเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น
* สร้างความทรงจำที่ดี: การเล่านิทานให้คนที่เรารักฟังเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน

3. ตารางสรุปประโยชน์ของการเล่านิทาน

กลุ่มเป้าหมาย ประโยชน์
เด็ก พัฒนาทักษะการฟัง, การพูด, การอ่าน, เสริมสร้างจินตนาการ, ปลูกฝังคุณธรรม
ผู้ใหญ่ ลดความเครียด, พัฒนาทักษะการสื่อสาร, เพิ่มความคิดสร้างสรรค์, เสริมสร้างความเห็นอกเห็นใจ, สร้างความทรงจำที่ดี
Advertisement

ก้าวต่อไปบนเส้นทางนักเล่านิทาน: สร้างความแตกต่างและสร้างแรงบันดาลใจ

การเป็นนักเล่านิทานไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องให้สนุกเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความแตกต่างและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น

1. ค้นหาสไตล์การเล่านิทานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

* ทดลองเล่านิทานในรูปแบบต่างๆ: ลองเล่านิทานในรูปแบบต่างๆ เช่น การเล่านิทานแบบดั้งเดิม การเล่านิทานประกอบภาพ การเล่านิทานแบบ interactive หรือการสร้าง animation ประกอบนิทาน
* พัฒนาเทคนิคการเล่านิทานของตัวเอง: พัฒนาเทคนิคการเล่านิทานของตัวเอง เช่น การใช้เสียงและท่าทาง การสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง หรือการใช้ props และอุปกรณ์ประกอบ
* ค้นหาเรื่องราวที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง: ค้นหาเรื่องราวที่ตรงกับความสนใจของตัวเองและมีความหมายต่อตัวเอง

2. สร้างผลงานที่สร้างสรรค์และมีคุณค่า

* สร้างสรรค์เนื้อหาที่ไม่ซ้ำใคร: สร้างสรรค์เนื้อหาที่ไม่ซ้ำใครและมีความคิดสร้างสรรค์ เช่น การเขียนนิทานเอง การดัดแปลงนิทาน หรือการสร้างตัวละครใหม่ๆ
* สร้างผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจ: สร้างผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจและให้กำลังใจแก่ผู้อื่น
* สร้างผลงานที่ส่งเสริมคุณธรรม: สร้างผลงานที่ส่งเสริมคุณธรรมและความดีงาม

3. แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้อื่น

* สอนการเล่านิทานให้กับผู้ที่สนใจ: สอนการเล่านิทานให้กับผู้ที่สนใจผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ workshop หรือการสอนแบบตัวต่อตัว
* แบ่งปันประสบการณ์ในการเล่านิทาน: แบ่งปันประสบการณ์ในการเล่านิทานผ่านบทความ บล็อก หรือ social media
* เป็น mentor ให้กับนักเล่านิทานรุ่นใหม่: เป็น mentor ให้กับนักเล่านิทานรุ่นใหม่และให้คำแนะนำในการพัฒนาทักษะอาชีพนักเล่านิทานเป็นอาชีพที่สร้างสรรค์และมีคุณค่า การเล่านิทานไม่เพียงแต่สร้างความสุขและความสนุกสนานให้กับผู้อื่น แต่ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ปลูกฝังคุณธรรม และสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ หากคุณมีความรักในการเล่าเรื่องและต้องการสร้างความแตกต่างให้กับโลกใบนี้ อาชีพนักเล่านิทานอาจเป็นอาชีพที่ใช่สำหรับคุณ!

เส้นทางสู่การเป็นนักเล่านิทานนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและความสุข การได้เห็นรอยยิ้มและประกายตาของผู้ฟังเมื่อเราเล่านิทานจบ เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับนักเล่านิทานทุกคน ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพนักเล่านิทาน และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะเริ่มต้นเส้นทางแห่งการเล่าเรื่อง

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

1. แหล่งรวมนิทานไทย: หอสมุดแห่งชาติมีนิทานพื้นบ้านและวรรณกรรมไทยมากมายให้ศึกษา

2. เทศกาลเล่านิทาน: ติดตามข่าวสารงานเทศกาลเล่านิทานต่างๆ เพื่อเข้าร่วมและเรียนรู้จากนักเล่านิทานมืออาชีพ

3. องค์กรสนับสนุนนักเล่านิทาน: มูลนิธิเด็กและองค์กรพัฒนาเด็กต่างๆ มักมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเล่านิทาน

4. เทคนิคการใช้ภาษา: ฝึกฝนการใช้ภาษาไทยให้สละสลวยและมีชีวิตชีวา เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ

5. การสร้างภาพในใจ: ฝึกจินตนาการและสร้างภาพในใจขณะเล่านิทาน เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกและบรรยากาศให้ผู้ฟังได้สัมผัส

Advertisement

สรุปประเด็นสำคัญ

ทักษะพื้นฐาน: เตรียมตัว เลือกนิทานที่เหมาะสม ฝึกซ้อมการเล่า

เทคนิคการเล่า: ใช้เสียงและท่าทาง สร้างปฏิสัมพันธ์ ใช้ props

นักเล่านิทานยุคดิจิทัล: สร้างสรรค์เนื้อหาออนไลน์ สร้างรายได้

พัฒนาตนเอง: เรียนรู้จากคอร์ส แหล่งข้อมูล ฝึกฝนด้วยตนเอง

ประโยชน์ของการเล่านิทาน: พัฒนาเด็ก สร้างความสุขให้ผู้ใหญ่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: ใบอนุญาตนักเล่านิทานมืออาชีพนี้จำเป็นต่อการทำงานจริงหรือไม่?

ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไปครับ ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่คุณทำ ถ้าคุณเล่านิทานในงานอีเวนต์เล็กๆ หรือเล่านิทานให้ลูกหลานฟัง อาจไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต แต่ถ้าคุณต้องการทำงานในองค์กรใหญ่ เช่น โรงเรียน บริษัท หรือหน่วยงานราชการ การมีใบอนุญาตอาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพของคุณได้ครับ เหมือนกับการมีใบขับขี่ครับ ขับรถในซอยบ้านอาจไม่ต้องมี แต่ถ้าขับบนถนนใหญ่คงต้องมีไว้เพื่อความปลอดภัยและถูกกฎหมายครับ

ถาม: ทักษะการเล่านิทานนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพอื่นได้หรือไม่?

ตอบ: ได้แน่นอนครับ ทักษะการเล่านิทานเป็นทักษะสากลที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นครูที่ใช้เล่านิทานเพื่อสอนเด็กให้เข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น นักการตลาดที่ใช้เล่านิทานเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ หรือแม้แต่นักธุรกิจที่ใช้เล่านิทานเพื่อนำเสนอไอเดียให้ผู้ร่วมทุนสนใจ ลองนึกภาพนักขายที่เล่าเรื่องราวความสำเร็จของลูกค้าให้คุณฟัง เทียบกับนักขายที่แค่พูดถึงสเปคสินค้าเฉยๆ แบบไหนน่าสนใจกว่ากันครับ?

ถาม: มีแหล่งเรียนรู้ทักษะการเล่านิทานเพิ่มเติมแนะนำบ้างไหม?

ตอบ: มีเยอะเลยครับ! นอกจากคอร์สเรียนและอบรมต่างๆ แล้ว คุณสามารถเรียนรู้จากหนังสือเกี่ยวกับการเล่านิทาน, วิดีโอสอนบน YouTube หรือแม้แต่การสังเกตนักเล่านิทานมืออาชีพที่จัดกิจกรรมตามงานต่างๆ ลองหา “เทศกาลนิทาน” หรือ “งานเล่านิทาน” ในจังหวัดของคุณดูสิครับ น่าจะมีอะไรน่าสนใจให้เรียนรู้เยอะเลย หรือถ้าขี้เกียจออกไปไหน ก็ลองฟัง Podcast ที่เกี่ยวกับการเล่าเรื่องก็ได้ครับ มีให้เลือกฟังมากมายเลยทีเดียว!

📚 อ้างอิง